บทที่ 6 ต่างชนชั้น

“แต่พ่อของพี่กับแม่ของพี่มีหน้ามีหน้าที่การงานตำแหน่งใหญ่โตเป็นที่นับหน้าถือตาในสังคมพวกท่านต้องอับอายหากมีลูกสะใภ้อย่างเอ๋ย” หญิงสาวพูดไปตามความจริงเพราะพ่อแม่ของเขาเป็นที่นับหน้าถือตาและพวกเขาพูดกับเธอแล้วว่าไม่ยอมรับเธอเป็นสะใภ้

“ที่เอ๋ยพูดแบบนี้อยากเลิกกับพี่งั้นเหรอ” วีระมองแฟนสาวอย่างผิดหวังและเสียใจแม้ว่าลิปการ์จะพูดถูกทุกอย่างแต่เขายอมรับไม่ได้ที่จะเสียเธอไปตั้งแต่เป็นแฟนกันมาเขาได้แค่จับมือแค่ไม่กี่ครั้งหากเป็นผู้หญิงคนอื่นก็ไปถึงสวรรค์ชั้นเจ็ดกันแล้วแต่เพราะเขารักจริงหวังแต่งจึงให้เกียรติแฟนสาวและแอบกินผู้หญิงอื่นเงียบๆจะให้เขาอดอยากเรื่องอย่างว่าเขาทำไม่ได้หากแต่งงานกันแล้วเขาก็พร้อมจะหยุดที่ลิปการ์คนเดียว

“มันเป็นทางออกที่ดีของเราสองคนไม่ใช่เหรอคะ เอ๋ยบอกพี่วีนานแล้วแต่พีวีไม่ฟังเอ๋ยทั้งที่รู้ว่าเรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้” ลิปการ์พูดกับแฟนหนุ่มที่ดื้อรั้นไม่ยอมเลิกคบเธอ

“ทางออกของเอ๋ยคนเดียวน่ะสิ พี่พร้อมจะสู้เพื่อความรักของเราแต่เอ๋ยเอาแต่หนีท่าเดียวเอ๋ยไม่ได้รักพี่เลยใช่มั้ย” วิระมองแฟนสาวอย่างเสียใจที่เธอไม่พยายามก้าวไปพร้อมกับเขา

“พี่วีกลับไปคุยกับครอบครัวก่อนนะคะ เอ๋ยเชื่อว่าพี่วีจะเข้าใจที่เอ๋ยพูด” เธอก็พูดได้ไม่เต็มปากว่ารักวีระแต่เธอชอบเขาเพราะเขาดีกับเธอไม่เคยพูดจาดูถูกและให้เกียรติมาตลอดที่คบกันแต่พอพ่อแม่เขาพูดกับเธอคราวนั้นเธอก็หยุดทุกอย่างคงสถานะเขาไว้แค่พี่ชายที่เคารพนับถือคนหนึ่งเท่านั้น

“ก็ได้ พี่จะไปพูดกับคุณพ่อคุณแม่ก่อนถ้าท่านยอมรับเอ๋ยต้องแต่งงานกับพี่นะ” วีระขอคำยืนยันจากแฟนสาว

“ตกลงค่ะ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ของพี่วียอมรับเรื่องของเราได้เอ๋ยจะแต่งงานกับพี่วีค่ะ” ลิปการ์รับปากแฟนหนุ่มเพราะรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอนและเขาจะได้ตัดใจจากเธอได้จริงๆ

“งั้นคืนนี้พี่จะกลับไปคุยกับคุณพ่อคุณแม่แล้วพรุ่งนี้พี่เย็นพี่จะไปหาเอยนะ”

“ค่ะ” ลิปการ์แอบถอนหายใจเพราะรู้ว่าเรื่องนี้จะออกมารูปแบบไหน

จากนั้นทั้งสองก็ไปหาของกินที่ตลาดริมแม่น้ำที่มีอาหารหลากหลายสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเดินเล่นซื้อของกันเมื่ออิ่มแล้ววีระก็ไปส่งแฟนสาวกลับบ้าน

“ขับรถดีๆนะคะ” ลิปการ์บอกแฟนหนุ่มเบาๆ

“ฝันดีครับเอ๋ย” วีระพูดจบก็ขับรถออกไปจากบ้านของแฟนสาวเพื่อกลับบ้านไปคุยกับพ่อแม่เรื่องแต่งงานกับลิปการ์เพราะตอนนี้เขาก็อายุสามสิบเอ็ดปีแล้ว

เมื่อถึงบ้านพ่อแม่ยังไม่นอนวีระจอดรถเสร็จก็เข้าไปในบ้านเพื่อคุยกับพ่อแม่เรื่องแต่งงานของเขากับแฟนสาวจึงเดินไปที่ห้องนั่งเล่นที่พวกท่านดูทีวีอยู่

“วันนี้กลับบ้านได้แล้วเหรอตาวี” ขจีถามลูกชายที่นานๆจะกลับบ้านทั้งที่อยู่ไม่ไกลที่ทำงานแต่เลือกอยู่คอนโดมากกว่าอยู่บ้าน

“พอดีผมมีธุระจะคุยกับคุณพ่อคุณแม่ครับ” นายตำรวจหนุ่มตอบแม่แล้วนั่งลงข้างพ่อที่สนับสนุนหน้าที่การงานของเขาจนก้าวกระโดดทั้งเลื่อนยศและตำแหน่งซึ่งเป็นเรื่องปกติของคนมีพรรคมีพวกมีอำนาจอยู่ในมือ

“มีอะไรหรือตาวี” พล.ต.ต.ศักดิ์ชายหรือรองชายถามลูกชายคนเดียวที่เขาภูมิใจและส่งเสริมเรื่องหน้าที่การงานก่อนที่เขาจะเกษียณ

“คือผมจะแต่งงานกับเอ๋ยครับ”

“แกพูดอะไรนะตาวี” ขจีย้อนถามลูกชายด้วยความไม่พอใจ

“ผมจะแต่งงานกับเอ๋ยครับคุณแม่”

“ไม่ได้ แม่ไม่ยอมแกแต่งงานกับยัยเอ๋ยนั่น” เธอจะยอมรับลูกคนใช้มาร่วมสกุลได้ยังไงกันแล้วจะไปพูดคุยกับใครเขาได้ถึงลิปการ์จะเป็นหลานของอดีตผู้ว่ากับคุณนายสิรามนแล้วไงล่ะในเมื่อมันเป็นอดีตไปแล้ว ตอนนี้พวกเขาไม่ได้มีหน้ามีตาและลิปการ์ก็ไม่ได้รับการยอมรับและยังใช้นามสกุลแม่ที่ไม่มีใครรู้จัก

“คุณแม่ครับ ผมรักเอ๋ยครับ”

“แล้วแกจะบอกใครๆว่ายังไงถ้าเขาถามว่าเมียแกเป็นลูกเต้าเหล่าใครมาจากตระกูลไหน” ขจีถามลูกชาย

“แล้วเกี่ยวอะไรกับชาติตระกูลครับคุณแม่ ผมรักเอ่ยอยากแต่งงานสร้างครอบครัวด้วยกันนะครับ” วีระกล่อมแม่และเขาไม่พูดถึงเรื่องครอบครัวของแฟนสาวกำลังจะถูกยึดบ้าน

“พ่อแกเป็นถึงรองผบช.ภาคและอีกไม่นานจะเลื่อนขั้นเป็นผบช.ภาคแล้วจะเอาหน้าไปไว้ไหน”

“คุณพ่อครับ”

“เรื่องนี้มันเป็นชีวิตของวีก็จริงแต่เราต้องดูความเหมาะสมผู้หญิงที่จะมาเป็นภรรยาของลูกก็ต้องเกื้อหนุนอาชีพหน้าที่การงานของลูกไม่ใช่ว่าดึงลูกให้ตกต่ำนะ วีคิดให้ดีๆและพ่อไม่เห็นด้วยที่วีจะแต่งงานกับหนูเอ๋ยไม่ใช่ว่าหนูเอ๋ยไม่ดีแต่หน้าที่การงานของวีกำลังก้าวหน้าถ้าแต่งงานกับคนที่สามารถช่วยเหลือเกื้อกูลหน้าที่การงานของลูกได้มันก็ดีใช่หรือไง” รองชายพูดกับลูกชายเขาไม่ได้รังเกียจลิปการ์แต่ลูกชายเป็นตำรวจหากอยากก้าวหน้าก็ต้องหาผู้หญิงที่สามารถผลักดันเกื้อกูลได้เหมือนที่เขาแต่งงานกับภรรยาก็เพราะความเหมาะสมแต่สุดท้ายก็รักกันและเขากับภรรยาได้ทาบทามลูกสาวเพื่อนร่วมรุ่มที่เป็นรองอธิบดีกรมตำรวจไว้แล้ว

“คุณพ่อ” วีระมองพ่ออย่างผิดหวังที่ท่านก็คิดเหมือนแม่

“ถ้าวีเลือกยัยเอ๋ยก็ไม่ต้องมาเรียกแม่ว่าแม่แล้วแม่จะยึดทุกอย่างคืนให้หมด” ขจีพูดจบก็ลุกขึ้นเดินผ่านหน้าลูกชายขึ้นห้องนอนทันทีและรู้ว่าลูกชายไม่กล้าขัดใจเธอแน่

“คุณแม่ครับ” วีระมองตามหลังแม่ก่อนจะหันมามองพ่อ “คุณพ่อครับ”

“พ่อมีลูกชายคนเดียวก็อยากเห็นลูกมีหน้าที่การงานก้าวหน้ามีคู่ครองที่ดี ถ้าวีเลือกหนูเอ๋ยวีก็จะเสียครอบครัวไปวีจะอยู่ได้เหรอลูก” เขารู้ดีว่าทุกวันนี้ลูกชายใช้ชีวิตหรูหราก็มาจากสมบัติของแม่หากแม่ไม่ช่วยก็จะไม่มีอะไรก่อนจะลุกขึ้นเดินตามภรรยาขึ้นไปบนบ้าน

วีระนั่งคอตกที่พ่อแม่ไม่สนับสนุนเขาแต่งงานกับแฟนสาวเพราะลิปการ์ไม่มีชาติมีตระกูลและยังเป็นลูกของคนรับใช้ที่พ่อไม่ยอมรับและตอนนี้บ้านกำลังจะถูกยึดอีกเขารักลิปการ์จริงแต่เขาก็อยู่ไม่ได้หากแม่ตัดความช่วยเหลือลำพังแค่เงินเดือนข้าราชการมันไม่พอใช้ เขารู้ว่าพ่อแม่หวังดีแล้วจะทำยังไงดี มิน่าล่ะลิปการ์ถึงได้ตกลงแต่งงานกับเขาหากพ่อแม่ของเขายอมรับเธอได้แล้วเขาต้องเลิกกับเธอจริงๆแล้วน่ะสิ

ฝ่ายลิปการ์ก็ก็คุยกับย่าตายายเรื่องที่วีระขอเธอแต่งงานและเธอตกลงหากพ่อแม่ของเขายอมรับเธอได้ทำให้คุณสิรามนและนางน้อมนายพยนต์สงสารหลานสาว

“ย่าขอโทษนะลูก” คุณสิรามนได้แต่ขอโทษหลานสาวที่ไม่สามารถช่วยเหลือได้

“คุณย่าไม่ต้องขอโทษเอ๋ยหรอกค่ะ เอ๋ยรู้ตัวดีว่าไม่เหมาะสมกับพี่วีแล้วที่คบกันพี่วีดีเขากับเอ๋ยและเอ๋ยที่เอ๋ยรับปากก็เพราะรู้ว่าพ่อแม่ของเขาไม่ยินยอมแน่และคราวนี้พี่วีจะได้ตัดใจจากเอ๋ยได้ค่ะ” ลิปการ์พูดอย่างเด็ดเดี่ยวอาจเป็นเพราะรู้จักกันมานานและเขาก็ดีกับเธอมาตลอดไม่รังเกียจที่เธอเป็นลูกคนใช้และพ่อไม่ยอมรับเป็นลูกและทำใจไว้ตั้งแต่เจอพ่อแม่ของเขาครั้งแรกเมื่อต้นปีแล้ว

“เอ๋ยไม่เสียใจเหรอลูก” นางน้อมถามหลานสาวเบาๆเมื่อเห็นดวงตาเด็ดเดี่ยวเจิดจ้าขึ้นตอนที่พูดเรื่องนี้

“ก็เสียใจค่ะยาย แต่เอ๋ยทำใจไว้นานแล้วตอนนี้ก็เฉยๆค่ะ เอ๋ยจะไม่มีแฟนมีครอบครัวเอ๋ยจะอยู่กับคุณย่าดับตายายจนแก่ค่ะ” เสียงหวานพูดยิ้มแย้มสดใสขึ้นทำให้ทุกคนยิ้มได้เมื่อเห็นหลานสาวเข้มแข็ง

“ย่ารักเอ๋ยนะลูก”

“เอ๋ยก็รักคุณย่ากับตายายค่ะ” ลิปการ์กอดย่าและตายาย

“งั้นไปนอนกันดีกว่าลูก พรุ่งนี้เอ๋ยจะได้ไปทำเรื่องลาออกแล้วเราจะไปเชียงใหม่ใด้วยกันหมดนี่แหละ” คุณสิรามนพูดกับทุกคนที่เป็นครอบครัวของเธอ

“ฝันดีค่ะตายาย” ลิปการ์บอกฝันดีตายายแล้วลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนชุดนอนแล้วลงมานอนกับย่า

ทั้งสามมองตาหลานสาวคนเดียวทั้งรักและเป็นห่วงอยากให้เจอคนที่ดีรักจริงทั้งที่ตอนแรกก็คิดว่าหลานสาวเจอคนที่ดีแล้วแต่ต้องผิดหวังเพราะพวกเขาดูแค่ชื่อเสียงนามสกุลและฐานะไม่ได้ดูที่นิสัยใจคอและความจริงใจก่อนฐานะชื่อเสียเงินทอง

“ไม่เป็นไรหรอกนะแม่น้อมนายยนต์ แม่เอ๋ยอายุยังน้อยและเด็กดีกตัญญูอย่าแม่เอ๋ยต้องเจอคนที่ดีแน่นอน” คุณสิรามนพูดกับตายายของหลานสาว

“ผมก็หวังว่าอย่างนั้นแหละครับคุณมน” เขาก็หวังว่าหลานสาวจะเจอผู้ชายที่ดีสักวัน

“งั้นฉันไปนอนก่อนนะคะคุณมน”

“ไปเถอะจ้ะ” คุณสิรามนมองตามหลังสองสามีภรรยาเดินไปทางห้องนอนของพวกเขาแล้วถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้นเดินไปห้องนอนของตัวเอง

วันถัดมาลิปการ์มาทำงานและทำเรื่องขอลาออกและคุยให้ผู้จัดการที่เป็นพี่ระหัสฟังเรื่องราวของเธอว่าทำไมถึงลาออกและผู้จัดการแสนใจดีก็อนุมัติทันทีไม่รอให้ถึงสิ้นเดือนเพราะมีพนักงานบัญชีหลายคนเรื่องงานจึงไม่มีปัญหา

“มีอะไรให้เจ้ช่วยก็บอกได้นะหนูเอ๋ย” ผู้จัดการหนุ่มหน้าใสใจสาวพูดกับพนักงานดีเด่นของบริษัทแม้จะเสียดายแต่ลิปการ์มีปัญหาใหญ่จริงและใครไม่เจอกับตัวก็จะไม่รู้

“ขอบคุณเจ้มากค่ะที่ช่วยเอ๋ย” หญิงสาวยกมือไหว้ผู้จัดการอย่างขอบคุณ

“ไม่เป็นไรจ้ะ เจ้ขอให้เอ๋ยโชคดีเจอแต่เรื่องดีๆนะจ้ะ”

“ค่ะเจ้ ถ้าเอ๋ยยังอยู่พิดโลกเอ๋ยจะแวะมาให้เจ้เลี้ยงนะคะ” ลิปการ์ยิ้มให้ผู้จัดการก่อนจะเดินออกไปทำงานวันสุดท้าย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป